บางกอกรีคอเดอร์

จ ด ห ม า ย เ ห ตุ บ า ง ก อ ก

Archive for the month “พฤษภาคม, 2012”

พันเอกพระยาทรงสุรเดช

Advertisements

ปัญหากฎหมายหมิ่น ฯ 112 – ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

บทความของ”ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้าราชการบำนาญ  แสดงทัศนะเรื่องปัญหา กม.หมิ่นฯ ม.112

จากการศึกษาและจากการสอน “วิชาประวัติศาสตร์การเมืองสยาม/ไทย” มาเป็นเวลานานปีผมได้พบว่าขณะนี้สังคมและประชาชนไทยของเราเผชิญต่อปัญหาที่ท้าทายอย่างยิ่ง คล้ายๆ กับที่ได้เผชิญมาแล้วเมื่อ พ.ศ.2475 (1932) คือเมื่อ 80 ปีที่แล้วในเรื่องของ “รัฐธรรมนูญ” ที่ถ้ามองจากเหรียญด้านหัวของ “คณะเจ้า” ก็กล่าวกันว่า “คณะราษฎร” ใจร้อน ชิงสุกก่อนห้าม แต่ถ้ามองจากเหรียญด้านก้อยของ “คณะราษฎร” ก็เชื่อกันว่าความล่าช้า อืดอาด ทำให้เกิด”ความจำเป็นทางประวัติศาสตร์” ที่จะต้องมี “การปฏิวัติประชาธิปไตย 24 มิถุนายน 2475” เพื่อเปลี่ยน “ระบอบราชาธิปไตย” ให้เป็น “ระบอบประชาธิปไตย”

ปัญหาที่สังคมและประชาชนไทย เผชิญอยู่ในสมัยรัชกาลปัจจุบัน ก็คือ เราจะสามารถปฏิรูป และแก้ไข “กฎหมายหมิ่นฯ มาตรา 112” ได้ช้า หรือได้เร็ว และจะทันท่วงทีกับสถานการณ์ของการเมืองภายในของเราเอง กับสถานการณ์ของการเมืองระหว่างประเทศหรือไม่ นี่คือปัญหาของ “เหรียญสองด้าน” ที่เราต้องชั่งน้ำหนัก ระหว่างด้านหัว กับด้านก้อย ระหว่าง “กลุ่มอำนาจเดิม-พลังเดิม” กับ “กลุ่มอำนาจใหม่-พลังใหม่”

2.จากการศึกษาของผม พบว่ามีข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับปัญหา กม.หมิ่นฯ ม.112 ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มใหม่ที่ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานรวบรวมและจัดพิมพ์ ในโอกาส 84 พรรษา ชื่อเรื่อง King Bhumibol Adulyadej: A Life′s Work หนา 383 หน้าราคา 1,235 บาท หรือ 40US$ มีนักเขียนที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการ เช่น คริส เบเกอร์-พอพันธ์ อุยยานนท์-เดวิด สเตร็กฟุส ร่วมด้วยในหนังสือสือเล่มนี้บทที่ว่าด้วย “กฎหมายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย…” หน้า 303-313 (The Law of Lese Majeste) มีข้อความถอดเป็นภาษาไทยได้ดังนี้

“จากปี พ.ศ.2536 (1993) ถึงปี พ.ศ.2547 (2004) เป็นเวลาถึง 11 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจำนวนคดีหมิ่นใหม่ๆ ลดลงครึ่งหนึ่ง และก็ไม่มีคดีหมิ่นเลย ในปี 2545 (2002)…

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาเร็วๆ นี้ จำนวนคดีหมิ่นที่ผ่านเข้ามาในระบบศาลของไทยนั้น เพิ่มขึ้นอย่างน่าสังเกตในปี พ.ศ.2552 (2009) มีคดีฟ้องร้องที่ส่งไปยังศาลชั้นต้น สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 165… Read more…

แป้งเย็นตรางู

พรเพชร เหมือนศรี – หญิงผู้ท้าทายระบบราชการที่เสื่อมโทรม

ยุบพรรคไทยรักไทย

พุทธทาส

ยุวธิดา ผลประเสริฐ

เหมือนอย่างไม่เคย – 2511/วิทยากร เชียงกูล

พวกเขามากันในรถสีแสดคันใหญ่ แบบที่ทองม้วนไม่เคยเห็นมาก่อน มาพร้อมกับเสียงเพลงสูงๆ ต่ำๆ ซึ่งกระแทกกระทั้นราวกับเกิดจากการกระดอนของรถบนเส้นทางที่ขรุขระ “พวกเรามาพัฒนาการทำงานส่วนรวมของชาติ” เขาร้องประโยคนั้นซ้ำกันไปซ้ำกันมาด้วยเสียงอันดัง ราวกับว่าจะเน้นให้โลกทั้งโลกได้รับรู้ ทองม้วนไม่เคยได้ยินท่วงทำนองของเพลงนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้สึกเหมือนเป็นท่วงทำนองที่มักคุ้นและเกิดความดื่มด่ำโดยสัญชาตญาณว่าเพลงนี้น่าจะนำมาซึ่งความรื่นรมย์ และเป็นมิตรมากกว่าอะไรอื่น เมื่อรถจอดสนิทดีแล้ว พวกเขาค่อยทยอยกันลงมา ล้วนเป็นคนหนุ่มสาว แต่งตัวด้วยกางเกงคล้ายๆ กัน และบางคนก็สวมหมวก เวลามองไกลๆ ทองม้วนไม่แน่ใจว่าคนไหนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ เธอขยับเดินเข้าไปเมียงมองกึ่งหวาดๆ กึ่งอยากรู้ และได้เห็นพวกเขาทั้งหญิงและชายกำลังลงมาเดินยืดแข้งยืดขา พลางหันไปมองรอบๆ อย่างสนอกสนใจ ทองม้วนไม่เข้าใจเลยว่าเขามองดูอะไรกันนัก เพราะเมื่อเธอหันมองตาม ก็ไม่เห็นมีอะไรนอกจากทุ่งนาอันแห้งแล้ง หมู่บ้านเก่าๆ ของพวกบ้านเธอ วัดเล็กๆ โรงเรียนไม้กระดานที่มีแต่พื้นกับหลังคาที่เห็นจนชินตา เธอสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงหญิงสาวคนหนึ่งอุทานกับเพื่อนของเธอว่า “แหม อากาศที่นี่ดีจริงนะ” เป็นประโยคที่นำความแปลกใจมาสู่เธอไม่น้อย เธอไม่เคยได้ยินใครเขาพูดกันด้วยประโยคอย่างนี้มาก่อนเลยในหมู่บ้านที่เธออาศัยเติบโตมาเป็นเวลา 12 -13 ปี

ผู้ใหญ่มีออกไปหาคนเหล่านั้น มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งท่าทางคงเป็นหัวหน้าตรงเข้ามาทักทายและเจรจากับผู้ใหญ่ ในสายตาของพวกเด็กขนาดเธอแต่ไรมา ผู้ใหญ่มีนั้นถือเสมือนเป็นคนที่น่านับถือที่สุดในหมู่บ้าน เพราะว่าหลวงท่านตั้งแกไว้เป็นหัวหน้า และทุกคนต้องเชื่อฟังแก แต่วันนี้ผู้ใหญ่มีไม่ได้มีลักษณะของหัวหน้าเลย แกเข้าไป แกเข้าไปพูดจากับเด็กหนุ่มเหล่านั้น ไม่ผิดอะไรกับที่แกเคยพูดกับเจ้านาย เขามากันทำไมพร้อมกันตั้ง 50 – 60 คน ถึงเธอจะเป็นเด็ก แต่เธอก็รู้ดีว่า เจ้านายเพียง 2 – 3 คนก็อาจจะทำให้หมู่บ้านโกลาหลได้แล้ว และนี่เขามากันตั้งโขยงหนึ่ง Read more…

สุจินดา-ลาออก

โจรผัว-เมีย

Post Navigation